| คลินิกริดสีดวงทวาร
ริดสีดวงทวารหนัก (Hemorrhoid) คือ เส้นเลือดขอดที่เกิดขึ้นบริเวณทวารหนัก บริเวณนี้จะมีเลือดมาเลี้ยงมากมายไขว้กันไปมาเป็นรูปตาข่าย เมื่อมีสาเหตุใดก็ตามที่ทำให้เลือดเดินไม่สะดวกการไหลกลับไม่ดีก็จะทำให้เส้นเลือดโป่งพองกลายเป็นริดสีดวงทวาร
ริดสีดวงทวารหนัก แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
- ชนิดภายใน เป็นกลุ่มหลอดเลือดที่อยู่ใต้ชั้นเยื่อชนิดเดียวกับที่บุลำไส้อยู่ส่วนล่างสุดของทวารหนัก อาจคลำเจอด้วยมืออาจจับดันเข้าไปข้างในได้
- ชนิดภายนอก เป็นกลุ่มหลอดเลือดที่อยู่ถัดหรือต่ำจากชนิดภายในลงมา
ปัจจัยที่ทำให้เกิดริดสีดวงทวารหนัก
- ภาวะท้องผูกเรื้อรัง
- ท้องเสียถ่ายอุจจาระบ่อยๆ
- อุปนิสัยเบ่งอุจจาระอย่างมากเพื่อพยายามขับอุจจาระก้อนสุดท้ายให้ออกไป
- อุปนิสัยใช้เวลานั่งถ่ายอุจจาระนาน เช่น อ่านหนังสือขณะถ่ายอุจจาระ
- ชอบใช้ยาสวนอุจจาระหรือยาระบายพร่ำเพรื่อ
- หญิงตั้งครรภ์ทำให้ถ่ายอุจจาระไม่สะดวก
- ภาวะโรคตับแข็งทำให้เลือดดำไหลเข้าตับไม่ได้ทำให้เลือดดำบริเวณทวารหนักโป่งพอง
- อายุสูงวัยขึ้นทำให้กล้ามเนื้อหย่อนยานลง จนทำให้เบาะรองเลื่อนลงมาจนยื่นออกมาจากทวารหนัก
- โดยไม่ทราบสาเหตุพบว่าบุคคลที่มีประวัติในครอบครัวเป็นริดสีดวงทวารหนัก จะมีโอกาสเป็นโรคนี้สูงกว่าปกติ
การรักษา
ระวังอย่าให้ท้องผูก ควรดื่มน้ำมาก ๆ และกินผักผลไม้มาก ๆ ถ้ายังท้องผูก ให้กินยาระบาย เช่น
ยาระบายแมกนีเซีย, ดีเกลือ, อีแอลพี หรือสารเพิ่มกากใย อย่ายืนนานๆ หรือนั่งเบ่งถ่ายนานๆ
- ถ้าปวดมากเนื่องจากมีการอักเสบ ให้กินยาแก้ปวด, นั่งแช่ในน้ำอุ่นจัดๆ วันละ 2-3 ครั้งๆ ละ
15-30 นาที และใช้ยาเหน็บริดสีดวงทวาร เช่น
อะนูซอล(Anusal), เชอริพร็อกต์ (Scheriproct),
พร็อกโตซีดิล (Proctosedyl) เหน็บวันละ 2-3 ครั้ง (เช้า ก่อนนอน และหลังถ่ายอุจจาระ)
จนอาการบรรเทา ปกติใช้เวลาประมาณ 10 วัน
- ถ้าซีดให้ เฟอร์รัสซัลเฟต วันละ 3 ครั้งๆ ละ 1 เม็ด
- ถ้าหัวริดสีดวงหลุดออกข้างนอก ให้ใส่ถุงมือใช้ปลายนิ้วชุบสบู่ให้หล่อลื่น แล้วดันหัวกลับเข้าไป
ถ้าไม่ได้ผล ควรแนะนำไปโรงพยาบาล
- ถ้ามีเลือดออกนานกว่า 1 สัปดาห์ หรือเป็น ๆ หาย ๆ บ่อย หรือสงสัยมีโรคอื่นร่วมด้วย หรือพบใน
คนอายุมากกว่า 40 ปี ควรแนะนำไปโรงพยาบาล อาจต้องใช้เครื่องส่องตรวจทวารหนัก
(proctoscope) ถ้าหากสงสัยเป็นมะเร็งของลำไส้ใหญ่ อาจต้องเอกซเรย์ลำไส้ใหญ่ด้วยการสวน
แป้งแบเรียม (Barium enema) หรือใช้เครื่องส่องตรวจลำไส้ใหญ่ถ้าเป็นริดสีดวงทวารโดย
ไม่มีสาเหตุที่ร้ายแรง ก็มักจะให้การรักษาดังได้กล่าวข้างต้น ถ้าเป็นมากอาจรักษาด้วย
- การฉีดยาเข้าที่หัวริดสีดวงให้ฝ่อไป วิธีนี้สะดวก ปลอดภัย ไม่มีความเจ็บปวด
มักจะฉีดสัปดาห์ละครั้ง ประมาณ 3-5 ครั้ง ช่วยให้หายขาดได้ 60% ส่วนอีก 40% อาจกำเริบได้ใหม่ หรือ
- อาจรักษาโดยวิธีใช้ยางรัด (rubber bandligation) ทำให้หัวริดสีดวงฝ่อ หรือใช้
แสงเลเซอร์รักษา (laser photocoagulation) ถ้าเป็นมาก
- หรือมีภาวะแทรกซ้อน อาจต้องผ่าตัด การปฏิบัติตนหลังได้รับการผ่าตัด
เวลาให้บริการผู้ป่วยนอก 08.00 – 20.00 น.ทุกวัน
ศัลยแพทย์
- นพ.โกวิทย์ ธาราศักดิ์
- นพ.โกศล ทรัพย์ศรีสัจจัย
- นพ.วิทวัส ศรีประยูร
- นพ.ภัทรเชษฐ์ คล้ายเคลื่อน
|