- ศูนย์โรคสมองและระบบประสาท
- ศูนย์ทันตกรรม

- ศูนย์กระดูกสันหลังและข้อ

- ศูนย์ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม

- ศูนย์ผิวพรรณและความงาม

- ศูนย์สุขภาพสตรี
- ศูนย์โรคหัวใจ
- ศูนย์กุมารเวช
- ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน
- ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ
- บริการสำหรับผู้ป่วยต่างประเทศ

- แผนกอายุรกรรม

- แผนกศัลยกรรม

- แผนกตา
- แผนกหู คอ จมูก
- แผนกกายภาพบำบัด
- แผนกไตเทียม
 
 
- บัตรชีวะวัฒนะ
- บัตรเพอร์เฟคท์ไดมอนด์
- บัตรไพรม์แพลทินัม
- บัตรชีววัฒนะแวลูโกลด์
- บัตรชีววัฒนะจูเนียร์
 
 




 

คลินิกริดสีดวงทวาร

ริดสีดวงทวารหนัก (Hemorrhoid) คือ เส้นเลือดขอดที่เกิดขึ้นบริเวณทวารหนัก บริเวณนี้จะมีเลือดมาเลี้ยงมากมายไขว้กันไปมาเป็นรูปตาข่าย เมื่อมีสาเหตุใดก็ตามที่ทำให้เลือดเดินไม่สะดวกการไหลกลับไม่ดีก็จะทำให้เส้นเลือดโป่งพองกลายเป็นริดสีดวงทวาร
ริดสีดวงทวารหนัก แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

  1. ชนิดภายใน เป็นกลุ่มหลอดเลือดที่อยู่ใต้ชั้นเยื่อชนิดเดียวกับที่บุลำไส้อยู่ส่วนล่างสุดของทวารหนัก อาจคลำเจอด้วยมืออาจจับดันเข้าไปข้างในได้
  2. ชนิดภายนอก เป็นกลุ่มหลอดเลือดที่อยู่ถัดหรือต่ำจากชนิดภายในลงมา

ปัจจัยที่ทำให้เกิดริดสีดวงทวารหนัก

  1. ภาวะท้องผูกเรื้อรัง
  2. ท้องเสียถ่ายอุจจาระบ่อยๆ
  3. อุปนิสัยเบ่งอุจจาระอย่างมากเพื่อพยายามขับอุจจาระก้อนสุดท้ายให้ออกไป
  4. อุปนิสัยใช้เวลานั่งถ่ายอุจจาระนาน เช่น อ่านหนังสือขณะถ่ายอุจจาระ
  5. ชอบใช้ยาสวนอุจจาระหรือยาระบายพร่ำเพรื่อ
  6. หญิงตั้งครรภ์ทำให้ถ่ายอุจจาระไม่สะดวก
  7. ภาวะโรคตับแข็งทำให้เลือดดำไหลเข้าตับไม่ได้ทำให้เลือดดำบริเวณทวารหนักโป่งพอง
  8. อายุสูงวัยขึ้นทำให้กล้ามเนื้อหย่อนยานลง จนทำให้เบาะรองเลื่อนลงมาจนยื่นออกมาจากทวารหนัก
  9. โดยไม่ทราบสาเหตุพบว่าบุคคลที่มีประวัติในครอบครัวเป็นริดสีดวงทวารหนัก จะมีโอกาสเป็นโรคนี้สูงกว่าปกติ

การรักษา

  1. ระวังอย่าให้ท้องผูก ควรดื่มน้ำมาก ๆ และกินผักผลไม้มาก ๆ ถ้ายังท้องผูก ให้กินยาระบาย เช่น
    ยาระบายแมกนีเซีย, ดีเกลือ, อีแอลพี หรือสารเพิ่มกากใย อย่ายืนนานๆ หรือนั่งเบ่งถ่ายนานๆ
  2. ถ้าปวดมากเนื่องจากมีการอักเสบ ให้กินยาแก้ปวด, นั่งแช่ในน้ำอุ่นจัดๆ วันละ 2-3 ครั้งๆ ละ
    15-30 นาที และใช้ยาเหน็บริดสีดวงทวาร เช่น
    อะนูซอล(Anusal), เชอริพร็อกต์ (Scheriproct),
    พร็อกโตซีดิล (Proctosedyl) เหน็บวันละ 2-3 ครั้ง (เช้า ก่อนนอน และหลังถ่ายอุจจาระ)
    จนอาการบรรเทา ปกติใช้เวลาประมาณ 10 วัน
  3. ถ้าซีดให้ เฟอร์รัสซัลเฟต วันละ 3 ครั้งๆ ละ 1 เม็ด
  4. ถ้าหัวริดสีดวงหลุดออกข้างนอก ให้ใส่ถุงมือใช้ปลายนิ้วชุบสบู่ให้หล่อลื่น แล้วดันหัวกลับเข้าไป
    ถ้าไม่ได้ผล ควรแนะนำไปโรงพยาบาล
  5. ถ้ามีเลือดออกนานกว่า 1 สัปดาห์ หรือเป็น ๆ หาย ๆ บ่อย หรือสงสัยมีโรคอื่นร่วมด้วย หรือพบใน
    คนอายุมากกว่า 40 ปี ควรแนะนำไปโรงพยาบาล อาจต้องใช้เครื่องส่องตรวจทวารหนัก
    (proctoscope) ถ้าหากสงสัยเป็นมะเร็งของลำไส้ใหญ่ อาจต้องเอกซเรย์ลำไส้ใหญ่ด้วยการสวน
    แป้งแบเรียม (Barium enema) หรือใช้เครื่องส่องตรวจลำไส้ใหญ่ถ้าเป็นริดสีดวงทวารโดย
    ไม่มีสาเหตุที่ร้ายแรง ก็มักจะให้การรักษาดังได้กล่าวข้างต้น ถ้าเป็นมากอาจรักษาด้วย
    • การฉีดยาเข้าที่หัวริดสีดวงให้ฝ่อไป วิธีนี้สะดวก ปลอดภัย ไม่มีความเจ็บปวด
      มักจะฉีดสัปดาห์ละครั้ง ประมาณ 3-5 ครั้ง ช่วยให้หายขาดได้ 60% ส่วนอีก 40% อาจกำเริบได้ใหม่ หรือ
    • อาจรักษาโดยวิธีใช้ยางรัด (rubber bandligation) ทำให้หัวริดสีดวงฝ่อ หรือใช้ แสงเลเซอร์รักษา (laser photocoagulation) ถ้าเป็นมาก
    • หรือมีภาวะแทรกซ้อน อาจต้องผ่าตัด การปฏิบัติตนหลังได้รับการผ่าตัด

เวลาให้บริการผู้ป่วยนอก 08.00 – 20.00 น.ทุกวัน

ศัลยแพทย์

  • นพ.โกวิทย์ ธาราศักดิ์
  • นพ.โกศล ทรัพย์ศรีสัจจัย
  • นพ.วิทวัส ศรีประยูร
  • นพ.ภัทรเชษฐ์ คล้ายเคลื่อน
   

เงื่อนไขในการรับบริการ | ร่วมงานกับเรา | แผนที่โรงพยาบาลกรุงเทพ
© 2008. Bangkok Hospital Rayong. All rights reserved.